งานครั้งที่ 3 ที่ทำใน photopeach

Posted in Uncategorized on ธันวาคม 12, 2010 by jutharatfoongchonchoeiicelove

eHello Ice CooL~~~ ^^” on PhotoPeachhttp://photopeach.com/public/swf/spiral.swf

ตอบคำถาม การบ้านครั้งที่ 2

Posted in Uncategorized on พฤศจิกายน 15, 2010 by jutharatfoongchonchoeiicelove

1.CMS ย่อมาจากคำว่าอะไร มีชื่อที่แปลเป็นภาษาไทยว่าอย่างไร
ตอบ ย่อมาจากคำว่า Content Management System
แปลภาษาไทยว่า ระบบการจัดการเนื้อหาของเว็บไซต์

2.หน้าที่ของ CMS คืออะไร มีประโยชน์อย่างไร

ตอบ หน้าที่ เป็นระบบที่แบ่งแยกการจัดการในการทำงานระหว่างเนื้อหา(Content) ออกจากการออกแบบ(Design) โดย การออกแบบเว็บเพจจะถูกจัดเก็บไว้ใน Templates หรือ Themes ในขณะที่เนื้อหาจะถูกจัดเก็บไว้ในฐานข้อมูลหรือไฟล์ เมื่อใดที่มีการใช้งานก็จะมีการทำงานร่วมกันระหว่าง 2 ส่วน เพื่อสร้างเว็บเพจขึ้นมา โดยเนื้อหาอาจจะประกอบไปด้วยหลายๆส่วนประกอบ

ประโยชน์ของ CMS

1. ควบคุมรูปแบบของเว็บไซด์ได้ดี
2. อัปเดตเว็บไซด์ได้จากทุกๆ ที่
3. ไม่ต้องมีความรู้ภาษา HTML และ Script
4. รองรับการทำงานจากผู้ใช้งานหลายคนได้พร้อมกัน
5. เพิ่มศักยภาพในการร่วมมือกันทำงาน
6. การนำชิ้นส่วนเนื้อหากลับมาใช้ใหม่
7. การเข้าใช้งาน CMS ไม่ต้องติดตั้งโปรแกรม

3.CMSที่มีชื่อเสียงนอกจากJoomlaแล้วมีอะไรอีกให้บอกมา3ชื่อ
ตอบ 1. wordpress 2.Drupal 3.Umbraco

4.Joomla มีข้อดีแตกต่างจาก CMS ประเภทอื่นๆ อย่างไรบ้าง
ตอบ สามาถรสร้างลูกเล่น และตกแต่งหน้าเว็บได้

5.Joomla เวอร์ชันล่าสุด คือเวอร์ชันอะไร
ตอบ เวอร์ชั่น 1.5.6

6.Appserv คืออะไร มีหน้าที่และประโยชน์อย่างไร
ตอบ คือ ชุดติดตั้งโปรแกรม PHP แอพพลิเคชั่นเซิร์ฟเวอร์สำหรับติดตั้งบนระบบปฏิบัติการ Windows ในชุดติดตั้ง AppServ นี้ ประกอบด้วยโปรแกรมต่างๆ ดังต่อไปนี้

* Apache สำหรับทำหน้าที่เป็นเว็บเซิร์ฟเวอร์
* PHP สำหรับทำหน้าที่เป็นตัวแปรภาษา PHP
* MySQL สำหรับทำหน้าที่เป็นดาต้าเบสเซิร์ฟเวอร์
* phpMyAdmin สำหรับทำหน้าที่เป็นโปรแกรมบริหารจัดการฐานข้อมูลของ MySQL

ประโยชน์ของ Appserv คือ เพื่อลดขั้นตอนการติดตั้งที่แสนจะยุ่งยากและใช้เวลานาน

7.ทำไมเราต้องใช้ Appserv ควบคู่ไปกับการทำเว็บด้วย Joomla
ตอบ เพราะ โปรแกรมของ Appserv เป็นโปรแกรมที่จะทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์เป็นเว็บซิฟเวอร์ได้อย่างง่ายซึ่ง เหมาะสำหรับการฝึกฝน ทดลองทำเว็บก่อนจะนำเข้าสู่โฮสจริง

8.หาเว็บไซต์ที่สร้างด้วย Joomla มาให้ครูอย่างน้อย 3 เว็บนะ (เว็บแรก ก็เว็บโรงเรียนเราไง)
ตอบ 1.www.tupl.ac.th 2.Dek-d.com 3. http://www.enjoyday.net/joomla 4.www.nattapon.com

Content Management System

Posted in Uncategorized on พฤศจิกายน 1, 2010 by jutharatfoongchonchoeiicelove

ระบบการจัดการเนื้อหาของเว็บไซต์(Content Management System : CMS) คือ ระบบที่พัฒนา คิดค้นขึ้นมาเพื่อช่วยลดทรัพยากรในการพัฒนา(Development) และบริหาร(Management)เว็บไซต์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกำลังคน ระยะเวลา และเงินทอง ที่ใช้ในการสร้างและควบคุมดูแลไซต์

ลักษณะเด่นของ CMS ก็คือ มีส่วนของ Administration panel(เมนูผู้ควบคุมระบบ) ที่ใช้ในการบริหารจัดการส่วนการทำงานต่างๆในเว็บไซต์ ทำให้สามารถบริหารจัดการเนื้อหาได้อย่างรวดเร็ว และเน้นที่การ จัดการระบบผ่านเว็บ(Web interface) ในลักษณะรูปแบบของ ระบบเว็บท่า(Portal Systems) โดย ตัวอย่างของฟังก์ชันการทำงาน ได้แก่ การนำเสนอบทความ(Articles), เว็บไดเรคทอรี(Web directory), เผยแพร่ข่าวสารต่างๆ(News), หัวข้อข่าว(Headline), รายงานสภาพดินฟ้าอากาศ(Weather), ข้อมูลข่าวสารที่น่าสนใจ(Informations), ถาม/ตอบปัญหา(FAQs), ห้องสนทนา(Chat), กระดานข่าว(Forums), การจัดการไฟล์ในส่วนดาวน์โหลด(Downloads), แบบสอบถาม(Polls), ข้อมูลสถิติต่างๆ(Statistics) และส่วนอื่นๆอีกมากมาย ที่สามารถเพิ่มเติม ดัดแปลง แก้ไขแล้วประยุกต์นำมาใช้งานให้เหมาะสมตามแต่รูปแบบและประเภทของเว็บไซต์นั้นๆ

การประยุกต์ใช้ CMS
ระบบ CMS สามารถนำมาประยุกต์ในงานต่างๆ หลากหลาย ตัวอย่างการนำซอฟต์แวร์ CMS มา
ประยุกต์ใช้งาน  เช่น
– การนำ CMS มาใช้ในการสร้างเว็บไซต์สถาบันการศึกษา ธุรกิจบันเทิง หนังสือพิมพ์ การเงิน การ
ธนาคาร หุ้นและการลงทุน อสังหาริมทรัพย์ งานบุคคล งานประมูล สถานที่ท่องเที่ยว งานให้บริการลูกค้า
– การนำ CMS มาใช้ในหน่วยงานของรัฐ อาทิเช่น งานข่าว งานประชาสัมพันธ์ การนำเสนองานต่างๆ
ขององค์กร
– การใช้ CMS สร้างไซต์ ส่วนตัว ชมรม สมาคม สมาพันธ์ โดยวิธีการแบ่งงานกันทำ เป็นส่วนๆ ทำให้
เกิดความสามัคคี ทำให้มีการทำงานเป็นทีมเวิร์คมากยิ่งขึ้น
– การนำ CMS มาใช้ในการสร้างเว็บไซต์สำหรับธุรกิจ SME โดยเฉพาะสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์
หรือ OTOP กำลังได้รับความนิยมสูง
– การนำ CMS มาใช้แทนโปรแกรมลิขสิทธิ์ อื่นๆ เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย และง่ายต่อการพัฒนา
– การใช้ CMS ทำเป็น Intranet Web Site สร้างเว็บไซต์ใช้ภายในองค์กร

ข้อดีของ CMS
1.ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องมีความรู้เรื่องการทำเว็บไซต์ เพียงแค่เคยพิมพ์ หรือเคยโพสข้อความในอินเทอร์เนต ก็สามารถมีเว็บไซต์เป็นของตัวเองได้
2.ไม่เสียเวลาในการพัฒนาเว็บไซต์ ไม่เสียเงินจำนวนมาก
3.ง่ายต่อการดูแล เพราะมีระบบจัดการทุกอย่างให้เราหมด
4.มีระบบจัดการที่เราสามารถหามาใส่เพิ่มได้มากมาย อย่างเช่น ระบบแกลลอรี่
5.สามารถเปลี่ยนหน้าตาเว็บไซต์ได้ง่ายๆ เพียงแค่โหลดทีม (Theme) ของ CMS นั้นๆ

ข้อเสียของ CMS
1.ในกรณีที่ผู้ใช้ต้องการออกแบบทีม (หน้าตาของเว็บ) เอง จะต้องใช้ความรู้มากกว่าปรกติ เนื้องจาก CMS มีหลายๆระบบมารวมกันทำให้เกิดความยุ่งยาก สำหรับผู้ที่ไม่มีความรู้
2.ผู้ใช้จะต้องศึกษาระบบ CMS ที่ผู้พัฒนาสร้างขึ้นมา เช่นจะต้องใส่ข้อความลงตรงไหน จะต้องแทรกภาพอย่างไร ซึ่งจะลำบากเพียงแค่ช่วงแรกเท่านั้น
3.ในการใช้งานจริงนั้นจะมีความยุ่งยากในการ set up ครั้งแรกกับ web server แต่ปัจจุบันก็มีผู้บริการ web server มากมายที่เสนอลงและ set up ระบบ CMS ให้ฟรีๆโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Joomla

Joomla” เป็นโปรแกรม open source ที่เป็นระบบบริหารจัดการเนื้อหาเว็บไซต์สำเร็จรูป (Web Content Management Systems: CMS) ซึ่งถูกพัฒนาด้วย PHP และใช้ฐานข้อมูลของ MySQL ในการเก็บข้อมูล มีเทคนิคการเขียนโปรแกรมขั้นสูงภายใต้มาตรฐาน XHTML สามารถทำงานได้หลายแพลตฟอร์มที่รองรับ PHP และ MySQL ทั้งนี้ Joomla ได้ถูกพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องจากทีมพัฒนาที่มีอยู่ทั่ว และเนื่องจากการพัฒนา Joomla ที่มีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปัจจุบันมีเครื่องมือเสริมหลายตัวที่ช่วยในการนำไปใช้สร้างเว็บไซต์ได้หลายประเภทมากขึ้น อาทิ การสร้างเว็บไซต์เชิงพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-Commerce การสร้างเว็บท่า (Portals) การสร้างเว็บไซต์เพื่อใช้เป็น Community และเว็บไซต์ประเภทอื่นๆ หลากหลายรูปแบบขึ้นอยู่กับการประยุกต์ใช้

ประสิทธิภาพและความสามารถของ Joomla

ประโยชน์หลักของ Joomla คือการทำให้คุณสามารถจัดการกับเนื้อหาหรือข้อความ (Content) ได้โดยตรงผ่านหน้าเว็บ โดยผู้บริหารเว็บหรือผู้ดูแลเว็บไซต์ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ทางด้านโปรแกรม เช่น HTML ในการอัพเดทเว็บ เพราะมี editor ออนไลน์ เช่น WYSIWYG editor ไว้เพื่อการจัดรูปแบบข้อความตัวอักษร (Text) และรูปภาพ ยิ่งกว่านั้นคุณไม่จำเป็นที่ต้องอัพโหลดเอกสารด้วยโปรแกรม FTP เพียงแค่คลิ๊กปุ่ม apply หน้าเว็บของคุณก็จะออนไลน์เตรียมพร้อมรับผู้เข้าชมที่จะเข้ามาดูในเว็บของคุณได้ทันที

เราสามารถใช้ Joomla กับเว็บไซต์ได้หลากหลายประเภท เช่น

–          เว็บท่า (Portals)

–          เว็บไซต์เชิงพาณิชย์ (Commercial Websites)

–          เว็บไซต์ที่ใช้ในองค์กร (Intranet Websites)

–          เว็บไซต์ที่ไม่แสวงหากำไร (Non-Profit Websites)

–          เว็บไซต์ส่วนตัว (Personal Websites)

–          เว็บไซต์ที่สร้างจาก Flash (Integrated Flash Sites)
นอกจากนี้ Joomla ยังสามารถใช้งานได้หลายอย่าง เช่น

–          อัพเดทเว็บไซต์ด้วยข่าว บทความและรูปภาพ

–          อัพโหลด MS Word, MS Excel และ Acrobat PDF เพื่อให้ดูเอกสารได้

–          จัดการ Banner เช่น โฆษณา

–          สร้างโพล (แบบสำรวจ)

–          จัดการเว็บลิงค์

–          จัดการ FAQ

–          จัดการข่าวที่อยู่ในรูป Flash

–          จัดการกับ Mutti-media Flash, และไฟล์รูปภาพ .jpg , .pif, .bmp  และ .png

–          จัดการกับการป้อนข้าวจากแหล่งข่าวที่มาจากเว็บไซต์ต่างๆ

–          จัดการกับ Contact และอีเมลจากหน้าต่างๆ

–          ให้ระดับการเข้าถึงข้อมูล (Access) กับผู้ใช้

–          จัดการหน้า Archive

–          จัดการ Components, Modules และ Templates ที่พัฒนาขึ้นมาเพิ่มเติม เช่น E-Commerce, Forums, รูปภาพ   ปฏิทิน กำหนดการ และ Help Desk เป็นต้น

 

แหล่งข้อมูล

http://www.colorpack.net/host-webtools-news/hosting-news/mambo-joomla-cms.html

http://www.host-basic.com/?p=197

http://www.mindphp.com/modules.php?name=News&file=article&sid=51


Posted in Uncategorized on กันยายน 17, 2010 by jutharatfoongchonchoeiicelove

คำถามท้ายบทที่ 7

 

1.เครื่องฉายภาพข้ามศีรษะมีการใช้งานเหมือนและแตกต่างจากเครื่องฉายภาพทึบแสงอย่างไร
ตอบ เหมือนกันคือเหมาะกับการนำเสนอผลงานต่างกันที่เครื่องฉายภาพข้ามศีรษะใช้เลนส์ที่มีระยะโฟกัสสั้นคือสามารถฉายวัสดุหรือภาพในระยะใกล้จอให้เกิดภาพขยายใหญ่ส่วนเครื่องฉายภาพทึบแสงจะเป็นการฉายแบบสะท้อนใช้ฉายภาพทึบแสงได้ทุกชนิด

2.อุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศชนิดใดนิยมใช้มากที่สุดเพราะเหตุใด
ตอบ โทรศัพท์มือถือและเครื่องคอมพิวเตอร์เพราะมีคตวามสะดวกรวดเร็ว

3.ถ้าต้องการนำเสนองานด้วยเครื่องฉายภาพทึบแสงนักเรียนต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง
ตอบ ต้องเตรียมโพรเจกเตอร์เพราะต้องใช้ควบคู่กันกับเครื่องฉายภาพทึบแสง

4.การนำเสนองานประเภทสาธิตการทำอาหารควรใช้ไมโครโฟนประเภทใดเพราะเหตุใด
ตอบ ไมโครโฟนแบบห้อยคอ มีขนาดเล็กสามารถนำเอาไปติดกับเสื้อได้เพราะมันจะสะดวกกว่า

5.ซอฟต์แวร์ไมโครซอฟต์เพาเวอร์พอยนต์สามารถนำเสนอกราฟที่สร้างจากซอฟต์แวร์ไมโครซอฟต์เอกเซลได้หรือ ไม่ อย่างไร
ตอบ ได้ โดยการคัดลอกข้อมูลไมโครซอฟต์เอกเซล

6.ถ้าต้องนำเสนองานในสถานที่ที่ไม่มีเครื่องคอมพิวเตอร์นักเรียนจะเลือกนำเสนองานด้วยวิธีใดเพราะเหตุใด
ตอบ ใช้เครื่องสายข้ามศีรษะเพราะไม่จำเป็นต้องมีคอมพิวเตอร์ก็สามารถนำเสนองานได้

7.ข้อมูลที่เหมาะสมต่อการนำมาใช้นำเสนองานควรมีลักษณะอย่างไร
ตอบ ข้อมูลจะต้องมีความถูกต้อง

8.เพราะเหตุใดต้องทำการวิเคราะห์ผู้ฟังก่อนเตรียมเนื้อหานำเสนอ
ตอบ เพื่อเป็นการอธิบายให้ผู้ฟังได้เข้าใจมากขึ้นเพื่อที่จะไม่ต้องเสียเวลา

9.ถ้าต้องการนำเสนอสไลด์การสร้างชิ้นงานควรเลือกคำสั่งใดเพื่อกำหนดรูปแบบสไลด์ในซอฟต์แวร์ไมโครซอฟต์เพาเวอร์พอยนต์
ตอบ คำสั่ง ออกแบบ เป็นรูปแบบมาตรฐาน  หรือ slide show เพื่อดูการนำเสนองาน

10.ภาพเคลื่อนไหวที่สามารถนำมาใช้กับซอฟต์แวร์ไมโครซอฟต์เพาเวอร์พอยนต์ต้องมีลักษณะอย่างไร
ตอบ ต้องเป็นไฟล์ประเภท AVI,Quick Time,MPEG ซึ่งมีนามสกุล avi,qt,mpg,mpegโดยบางไฟล์อาจมีเสียงประกอบมาด้วยสำหรับภาพเคล่อนไหวใน Clip Organizer ที่สามารถนำมาใช้กับสไลด์คือไฟล์ประเภทGIF

งานครั้งที่ 4 ตอบคำถามบทที่ 6และบทที่ 7

Posted in Uncategorized on กันยายน 17, 2010 by jutharatfoongchonchoeiicelove

 คำถามท้ายบทที่ 6

 

1.อินเทอร์เน็ตทำงานอย่างไร
ตอบ เป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกันทั่วโลกด้วยมาตรฐานเดียวกัน

2.เพราะเหตุใดอินเทอร์เน็ตจึงได้รับความนิยมในปัจจุบัน
ตอบ เพราะอินเทอร์เน็ตสามารถค้นหาข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและไม่ต้องเสียเวลาด้วย

3.ถ้าต้องการเชื่อมต่อเครือข่ายอินเทอร์เน็ตนักเรียนต้องทำอย่างไร
ตอบ 1.ติดตั้งโมเด็มกับเครื่องคอมพิวเตอร์เเล้วต่อเข้ากับสายโทรศัพท์ เเล้วติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ทำหน่าที่เป็นเครื่องบริการ    
         2.ใช่สายเช่าความเร็วสูง (lease line) พร้อมโมเด็มเเละ เราท์เตอร์

4.การค้นหาข้อมูลวิธีใดที่ดีที่สุด เพราะอะไร
ตอบ การค้นหาข้อมูลโดยใช้ซอฟต์แวร์ค้นผ่านเว็บ เพราะเราสามาค้นหาข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว เช่น www.google.com เป็นต้น

5.การค้นหาข้อมูลให้ผลลัพธ์รวดเร็วมีเทคนิคอย่างไร
ตอบ เราต้องศึกษาขั้นตอนการใช้ก่อนและหาเว็บที่เราต้องการจะค้นหาข้อมูล

6.ถ้าต้องการค้นหาบทความที่มีคนเขียนไว้เพื่อเผยแพร่นักเรียนจะเลือกคลิกที่คำสั่งใด
ตอบ บล็อก

7.เพราะเหตุใดทุกคนจึงต้องมีคุณธรรมและจริยธรรมในการใช้อินเทอร์เน็ต
ตอบ เพราะเราควรใช้อินเทอร์เน็ตอย่างถูกต้องและเหมาะสมกับวัยของเรา

8.การติดต่อสื่อสารกับผู้อื่นด้วยการสนทนาผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตควรปฏิบัติตนอย่างไรจึงจะเหมาะสม
ตอบ ควรใช้ภาษาที่ถูกต้อง

9.การคัดลอกผลงานของผู้อื่นบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตมีผลเสียอย่างไร
ตอบ ถ้าเราคัดลอกอย่างเดียวโดยไม่ดูว่าข้อมูลนั้นถูกต้องมากแค่ไหนก็จะทำให้เราไดรับข้อมูลที่ผิดไปดังนั้นควรที่จะศึกษาให้ถูกต้องก่อนที่จะนำข้อมูลมาใช้ 

10.นักเรียนจะมีส่วนร่วมในการรณรงค์ให้ผู้อื่นใช้อินเทอร์เน็ตอย่างมีคุณธรรมและจริยธรรมได้อย่างไรบ้าง
ตอบ เราควรเข้าไปในเว็บที่เป็นประโยชน์เพราะการใช้อินเทอร์เน็ตมีทั้งที่ได้ผลดีและได้ผลเสีย 
 


 

  
  

Game Theory

Posted in Uncategorized on สิงหาคม 13, 2010 by jutharatfoongchonchoeiicelove

คุณลักษณะของคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง

Posted in Uncategorized on กรกฎาคม 6, 2010 by jutharatfoongchonchoeiicelove

คุณลักษณะของคอมพิวเตอร์

คอมพิวเตอร์ปัจจุบันแบ่งออกได้เป็น 5 ประเภท คือ
1.ซูเปอร์คอมพิวเตอร์(super computer)เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีความเร็วในการประมวลผลสูงสุดมีขนาดใหญ่และราคาแพงกว่าคอมพิวเตอร์ชนิดอี่นออกแบบมาเพื่อใช้แก่ปํญหาทางวิทยาศาสตร์และทางวิศวกรรมศาสตร์ เช่น การพยากรณ์อากาศล่วงหน้าเป็นระยะเวลาหลายวัน เป็นต้น
2.เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ (mainframe computer) เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีสมรรถนะการทำงานสูง เมนเฟรมคอมพิวเตอร์สามารถให้บริการผู้ใช้ได้หลายร้อยคน  คอมพิวเตอร์ชนิดนี้มักใช้ในองค์กรใหญ่ๆ เช่น ธนาคาร เป็นต้น
3. มินิคอมพิวเตอร์ (minicomputer)    เป็นคอมพิวเตอร์ที่เหมาะกับองค์กรขนาดกลางที่ใช้บริการแก่เครื่องลูกข่าย เช่น โรงแรม เป็นต้น
4. ไมโครคอมพิวเตอร์ (microcomputer)มีประสิทธิภาพสูงราคาไม่แพงมีความนิยมสูงเหมาะสำหรับใช้ส่วนตัวที่บ้าน และยังได้รับความนิยมสูงสุดด้วย
5.คอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก (handheld   computer)สามารถจัดการกับข้อมูลประจำวันได้  สร้างปฏิทิน   บันทึกเตือนความจำ  เล่นเกม  ชมภาพยนตร์  ฟังเพลง   และรับ-ส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ได้   เป็นคอมพิวเตอร์พกพาขนาดเล็ก เช่น  พีอีเอ ไอโฟน เป็นต้น

อุปกรณ์ต่อพ่วง

อุปกรณ์ต่อพ่วง หมายถึง  อุปกรณ์ต่างๆที่สามารถต่อเข้ากับอุปกรณ์ของหน่วยประมวลผลกลางและประกอบเข้ากับคอมพิวเตอร์เพื่อใช้งานได้

อุปกรณ์ต่อพ่วงแต่ละชนิดมีคุณลักษณะที่สำคัญ ดังนี้

1.แผงพิมพ์อักขระ
เป็นอุปกรณ์ที่รับข้อมูลจากการกดแป้นจากนั้นก็เปลี่ยนรหัสแล้วส่งไปยังประมวลผลกลาง  แป้นพิมพ์โดยทั่วไปมี  50  แป้นขึ้นไปแบ่งเป็นแป้นตัวเลขและแป้นอักขระ

2.เมาส์ 
เป็นอุปกรณ์ประเภทตัวชี้ที่ได้รับข้อมูลจากการกดปุ่มข้างบนเมาส์ ทำหน้าที่คลิกปุ่มคำสั่งที่ต้องการ  แบ่งเป็น 2 ประเภท
2.1  เมาส์ทางกล
2.2  เมาส์แบบใช้แสง

3.อุปกรณ์ชี้ตำแหน่งสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค     
เป็นอุปกรณ์รับเข้าที่สามารถติดกับตัวโน๊ตบุ๊ค สะดวกในการพกพา  ซึ่งมี 3ประเภท
3.1ลูกกลมควบคุม
3.2แท่งชี้ควบคุม
3.3แผ่นรองสัมผัส

4.ก้านควบคุม 
เป็นอุปกรณ์ควบคุมการเคลื่อนที่ของตัวชี้บนหน้าจอ มีลักษณะเป็นก้านโผล่ออกมาจากกล่อง

5.จอสัมผัส  
เป็นอุปกรณ์ที่รับข้อมูลจากการสัมผัสโดยเมื่อมีการเลือกตำแหน่งที่ถูกเลือกจะแปลงเป็นสัญญาณไฟฟ้าส่งไปยังซอฟต์แวร์ที่แปลคำสั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงาน

6.อุปกรณ์รับเข้าแบบกราดตรวจ  ที่นิยมใช้มีอยู่ 3ประเภท
6.1 เครื่องอ่านรหัสแท่ง อุปกรณ์รับเข้าที่ทำงานโดยหลักการของการสะท้อนแสง  เครื่องจะส่องลำเสียงไปยังรหัสบนสินค้าจากนั้นจะเปลี่ยนรหัสเป็นสัญญาณไฟฟ้าผ่านสายที่เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์
6.2 เครื่องกราดตรวจหรือสแกนเนอร์ เป็นอุปกรณ์รับเข้าประเภทรูปภาพและข้อความที่อยู่บนสิ่งพิมพ์โดยใช้หลักสะท้อนแสง  ข้อมูลจะถูกแปลงในแบบที่คอมพิวเตอร์เข้าใจและเก็บไว้ในหน่วยความจำ
6.2กล้องดิจิทัล ทำงานเหมือนกล้องถ่ายรูปทั่วไปแต่ไม่ต้องมีฟิล์มและมีคอมแพ็กแฟลช

7.เว็บแคม 
เป็นอุปกรณ์รับเข้าประเภทกล้องวีดีโอที่สามารถบันทึกภาพเคลื่อนไหวผ่านเว็บไซค์แล้วปรากฎบนหน้าจอได้

8.จอภาพ มี2 ชนิด
1.จอภาพแบบซีอาร์ที มีลักษณะเหมือนจอโทรทัศน์  ทำงานโดยเทคโนโลยีหลอดรังสีอิเล็กตรอน  โดยยิงอิเล็กตรอนไปยังผิวด้านในจอเมื่อลำแสงวิ่งมาชนจะเกิดแสงสว่างขึ้น
2.จอภาพแบบแอลซีดี   ทำงานโดยอาศัยการเบี่ยงเบนแสงตามการควบคุมทิศทางของโพราไลเซชั่นของวัตถุที่กั้นระหว่างแหล่งกำเนิดแสงและแผ่นเคลือบสารเรืองแสง  ป้องแรงดันเข้าไปยังแผ่นเพลตเมื่อได้รับแรงดันไฟฟ้า  มีผลให้แสดงจากแหล่งกำเนิดสามารถผ่านทะลุกระทบกับสารเรืองแสงจนเกิดแสงสีที่ต้องการ

9. ลำโพง
เป็นอุปกรณ์ที่แสดงผลเป็นเสียงโดยใช้งานคู่กับการด์เสียงซึ่งเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทำหน้าที่แปลงสัญญาณดิจิทัลให้เป็นอะนาล็อกแล้วส่งไปยังลำโพง

10.หูฟัง
เป็นอุปกรณ์ส่งออกใช้ฟังเพลงจากคอมพิวเตอร์  ทำหน้าที่เปลี่ยนสัญญาณจากไฟฟ้าเป็นเสียง  มีทั้งชนิดไร้สายและมีสาย บางรุ่นก็จะมีไมโครโฟนสำหรับสนทนาผ่านอินเตอร์เน็ตอีกด้วย         

11.  เครื่องพิมพ์  
เป็นอุปกรณ์ส่งออกที่แสดงผลงานพิมพ์ลงบนกระดาษ แบบเครื่องพิมพ์
11.1เครื่องพิมพ์แบบจุด
11.2เครื่องพิมพ์เลเซอร์
11.3เครื่องพิมพ์แบบฉีดหมึก
11.4พล็อตเคอร์

12.  โมเด็ม
   เป็นการแปลงสัญญาณเพื่อให้ติดต่อกับคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นได้โดยเชื่อมต่อคอมเข้ากับคู่สายของโทรศัพท์   แล้วโมเด็มก็จะแปลงจากสัญญาณดิจิทัลให้เป็นสัญญาณอะนาล็อก